
ฉันต้องเป็นคนดีเพื่อจะได้รับความรักหากฉันปฏิเสธ ฉันจะไม่เป็นที่รัก
ฉันต้องเป็นคนดีเพื่อจะได้รับความรักหากฉันปฏิเสธ ฉันจะไม่เป็นที่รัก“ ตัวอย่างเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการไม่ปฏิเสธ จากหนังสือ the myth of normal Facebook post 21 พฤศจิกายน 2024

ลักษณะบุคลิกภาพที่พบบ่อยมากในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ของหมอ Gabor Mate
หมอ Gabor Mate กล่าวว่า“ คนที่ น่ารักคนที่ เอาความคาดหวังและความต้องการของคนอื่นมาก่อนตัวเองคนที่ กดข่มอารมณ์ลบของตน คือคนที่เจ็บป่วยเรื้อรังและอยู่ในการดูแลของผมที่คลินิกเวชศาสตร์ครอบครัว หรือมารับการดูแลที่หอผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ผมทำงานอยู่ สิ่งที่ติดใจผมคือผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเกิดมะเร็งสูงกว่าและมีพยากรณ์โรคที่แย่กว่า “ “ผมได้รวบรวมลักษณะบุคลิกภาพที่พบบ่อยมากในผู้ป่วยโรคเรื้อรังหลายประเภทตั้งแต่มะเร็งโรคภูมิต้านทานตัวเองจนถึงโรคผิวหนังที่เป็นต่อเนื่องไม่หายรวมถึงความเจ็บป่วยต่างๆ” ลักษณะต่อไปนี้คือ– ความกังวลโดยอัตโนมัติและทันทีต่อความต้องการทางใจของผู้อื่นโดยเพิกเฉยต่อความต้องการทางใจของตนเอง– การยึดโยงกับบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเหนียวแน่น– มุ่งมั่นล้นเกินมีความรับผิดชอบเกินพอดีที่จะทำงานหลายอย่างพร้อมกันซึ่งตั้งอยู่บนความเชื่อว่าจะต้องพิสูจน์ตนเองด้วยการกระทำและการให้– การกดความก้าวร้าวและความโกรธระดับเหมาะสมที่ควรใช้ป้องกันตนเอง– ยึดมั่นและทำตามความเชื่อว่า “ฉันต้องรับผิดชอบความรู้สึกคนอื่น” และ “ฉันต้องไม่ทำให้ใครผิดหวัง” อ่านแล้ว เห้ยยย ตรงกับใครกันนะ? ใครกัน? เอ๊า ฉันนี่ไงโอเคไม่เป็นไร ทำความเข้าใจต่อ …. คุณหมอบอกว่า ไม่มีใครเกิดมากับลักษณะแบบนี้ เคยเห็นทารกแรกเกิดไหม? ทารกไม่ลังเลใจที่จะแสดงความรู้สึก และไม่เคยคิดซ้ำก่อนร้องไห้ว่าจะทำให้ใครลำบากลำบนหรือเปล่า เหตุผลที่บุคลิกนิสัยเหล่านี้พัฒนาและกลายมาเป็นลักษณะเด่นในคนบางคน เนื้อแท้แล้วมันเป็นแบบแผนการรับมือ หรือการปรับตัว ซึ่งแต่เดิมเกิดขึ้นเพื่อสงวนรักษาบางสิ่งที่สำคัญ และไม่อาจต่อรอง เอาล่ะ ถ้าใครมีนิสัยแบบนี้ เราเหมือนกันค่ะกำลังอยากแก้นิสัยแบบนี้ให้หมดไปใช่ไหมคะ? ในประสบการณ์ส่วนตัว ที่พยายามใช้ “ความคิด” แก้มาตลอด มันได้ผลแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่หนังสือเล่มนี้มีวิธีการเยียวยาตนเองด้วยการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ด้วยการเขียน “แบบฝึกไต่สวนตนเอง” ซึ่งอ่านวิธีการเขียนคร่าวๆแล้ว แทบอยากไปนั่งเขียนทันที แต่ก็อยากเขียนบันทึกนี้ก่อน แล้วจะกลับมาแชร์วิธีการเยียวยากันต่อในตอนหน้าค่ะ

ยากจะจินตนาการถึงชีวิตใครสักคนโดยไม่คิดถึงบาดแผลทางใจอะไรสักอย่าง
ยากจะจินตนาการถึงชีวิตใครสักคนโดยไม่คิดถึงบาดแผลทางใจอะไรสักอย่างและเป็นเรื่องยากสำหรับคนส่วนใหญ่ที่จะรู้ว่าควรทำอย่างไรกับมัน – Mark Epstein-The trauma of everyday life Facebook post

บุคคลผู้มีเสื้อผ้าหรือศรีษะอันไฟลุกโพลง
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุไม่เป็นผู้ฉลาดในวาระจิตของผู้อื่นไซร้เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอพึงทำความสำหนียกว่า เราจักเป็นผู้ฉลาดในวาระจิตแห่งตน ดังนี้เถิด Facebook post 29 ตุลาคม 2024

ทุกสิ่ง ที่เรารู้สึกไม่พอใจกับผู้อื่น ล้วนนำพาไปสู่ความเข้าใจตัวเองได้
“ทุกสิ่ง ที่เรารู้สึกไม่พอใจกับผู้อื่น ล้วนนำพาไปสู่ความเข้าใจตัวเองได้”– คาร์ล ยุง – Everything that irritates us about others can lead us to an understanding of ourselves”– Carl Jung – Facebook post 20 กันยายน 2024

Trauma – ปมค้างใจจากวัยเด็ก
นักวิจัยรายงานว่า ในจำนวนคนที่มีปมค้างใจจากวัยเด็ก กลุ่มไหนมีการระเบิดอารมณ์โกรธมากกว่ากัน? … คนทั่วไปอาจจะคิดว่าเด็กที่ถูกกระทำทารุณทำร้ายร่างกาย.. แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ กลุ่มที่ระเบิดอารมณ์โกรธรุนแรง กลับกลายเป็น กลุ่มคนที่ในวัยเด็กถูกละเลยไม่ใส่ใจ ทางนักวิจัยเชื่อว่า แบบที่มีการทำร้ายร่างกายมันจะทำร้ายเป็นครั้งๆ แต่ก็จะมีช่วงเวลาที่ได้ดูแลกัน เป็นกลุ่มที่พ่อแม่อาจจะมีอารมณ์แกว่งไปแกว่งมา จะมีช่วงดี กับช่วงร้าย ส่วนแบบละเลย มีแนวโน้มที่จะละเลยอย่างสม่ำเสมอ เด็กไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการ #นิยามคำว่าละเลย คือ พ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจและตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก ซึ่งมีทั้ง การละเลยทางด้านร่างกาย (ไม่ได้สนใจว่าลูกจะมีกินไหม กินอะไรที่ดีต่อสุขภาพไหม ไม่ได้สนใจความเป็นอยู่) การละเลยทางด้านจิตใจ (ไม่ได้มอบความใส่ใจ ความรัก ความรู้สึกปลอดภัย มีความต้องการอะไร พ่อแม่ก็ไม่เข้าใจ ลูกถูกแกล้งที่รร.พ่อแม่ก็ไม่สนใจ ลูกถูกครูทำโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุพ่อแม่ก็ไม่ปกป้องเด็ก) การละเลยในการดุแลลูกให้ได้รับการศึกษาที่ดี (ไม่สนใจว่าลูกจะเรียนอะไร การสอนการบ้านก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน) การละเลยทางด้านสุขภาพ(ลูกป่วยก็ไม่สนใจจะพาไปหาหมอ ถึงเวลาฉีดวัคซีนก็ไม่จำหรือสนใจการฉีด) เมื่อมีปัญหากลุ่มนี้เขาจะรู้สึกไม่ได้รับความรัก และไม่มีคุณค่า และมีความเจ็บปวดบางอย่างอยู่ข้างใน มีความโกรธแต่แสดงไม่ได้ จึงเป็นกลุ่มที่มีการระเบิดอารมณ์ได้มากกว่า ไปเข้าใจความโกรธและวิธีการรับมือกับอารมณ์ตนเองได้ที่ช่องคุณหมอต่อได้ค่ะ ที่มาข้อความด้านบน : ฟังมาจากช่องหมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล EP.363 เข้าใจความโกรธและการระเบิดอารมณ์ (นาที 26:16 ) Facebook post