
ตามเส้นนั้นไป
ตามเส้นนั้นไป Facebook post 21 เมษายน 2025

หลงทางอยู่ในเขาวงกตแห่งความคิด
หลงทางอยู่ในเขาวงกตแห่งความคิด Facebook post 19 เมษายน 2025

เรียนรู้ที่จะเปิดรับ และเผชิญกับความรู้สึกของตัวเอง
เรียนรู้ที่จะเปิดรับ และเผชิญกับความรู้สึกของตัวเอง Facebook post 14 เมษายน 2025

การเยียวยา และการยอมรับ
การเชื่อมโยงระหว่างตัวตนปัจจุบัน กับเด็กน้อยในใจ เป็นการเยียวยาและการยอมรับ ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนอดีตแต่เพื่อเติมเต็มช่องว่างในปัจจุบัน

ถ้าท่านนำสิ่งที่อยู่ภายในออกมาสิ่งที่ท่านนำออกมา จะคุ้มครองท่าน
ถ้าท่านนำสิ่งที่อยู่ภายในออกมาสิ่งที่ท่านนำออกมา จะคุ้มครองท่านถ้าท่านไม่นำสิ่งที่อยู่ภายในออกมาสิ่งที่ท่านไม่นำออกมา จะทำลายท่าน – พระเยซู, The Gospel of Thomas –————————————-เป็นคำโปรยในบทที่ 7 ของหนังสือ Eyes wide openแล้วสิ่งที่อยู่ภายในคืออะไร?อืมม … อาจจะเป็นจิตใต้สำนึกของเรา มั้งนะ Facebook post 26 มีนาคม 2025

12 ทัศนคติ เพื่อการเดินทางอย่างเห็นตามความจริงบนเส้นทางจิตวิญญาณ
12 ทัศนคติ เพื่อการเดินทางอย่างเห็นตามความจริงบนเส้นทางจิตวิญญาณ 1. ตั้งใจจริง2. ความกรุณา3. ความเปราะบางและเปิดกว้าง4. ความอดทน5. การวางใจเป็นกลาง6. มีการตอบสนอง7. ความหลงไหล8. ความผ่อนคลาย9. ความสันโดษ10. อารมณ์ขัน11. อัศจรรย์ใจ และเปิดใจให้เวทมนต์12. ความอ่อนน้อมถ่อมตน EYES WIDE OPEN – Mariana Caplan Facebook post 6 มีนาคม 2025

ความโกรธที่ดี
สำหรับบางคน เช่นดิฉัน ที่เคยมีชุดความคิดที่ว่า การแสดงออกไปว่าโกรธนั้นไม่มีประโยชน์ มีแต่ทำให้อะไรๆแย่ลง หรือทำให้สถานการณ์อึดอัด หรือคิดว่าคนอื่นจะมองว่าเราเป็นคนไม่ดี หรือเหตุผลอื่นๆ เลยเรียนรู้ที่จะเก็บอารมณ์โกรธเอาไว้ และอารมณ์โกรธที่ถูกสะสม จะแสดงออกมาผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่นการกระแทกแดกดัน พูดกระกระแนะกระแหน อารมณ์ฉุนเฉียว หรือโกรธแบบระเบิดอารมณ์เมื่อมันเก็บสะสมต่อไปไม่ไหวแล้ว *** ในหนังสือ The myth of normal หมอ Gabor Mate ให้ข้อมูลว่า คนที่กดข่มอารมณ์ด้านลบ ทำให้เกิดโรคทางกายได้ ซึ่งจริงๆแล้ว #ความโกรธมีประโยชน์ เพราะมันเป็นการป้องกันอาณาเขตตัวเอง เมื่อรับรู้ว่ามีภัยคุกคามทั้งต่อกายและใจ แล้ว #ความโกรธที่ดีต่อสุขภาพ มันเป็นยังไงล่ะ???หมอ Gabor Mate กล่าวว่า การแสดงความโกรธที่ดีนั้น ไม่ใช่การแสดง แต่เป็นการส่งสารไปยังผู้รับ โดยการปฎิเสธแบบ”กระชับ และมีพลัง” พูดอย่างหนักแน่นที่สุด เท่าที่จำเป็น ณ ตอนนั้น มันไม่ง่ายแน่นอน สำหรับคนที่ใช้วิธีเก็บอารมณ์มาตลอดครึ่งชีวิต แต่เส้นทางการเยียวยานี้ ยังมีอะไรสนุกๆให้เรียนรู้และฝึกฝนอีกมากมาย … จริงๆแล้วเนื้อหาเรื่องความโกรธ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของหลักการเยียวยาบาดแผลทางใจ (4A5กรุณา) ของหมอ Gabor Mate ผู้เขียนหนังสือ The

แค่เราเปลี่ยน คนข้างๆก็เปลี่ยนตาม
แค่เราเปลี่ยน คนข้างๆก็เปลี่ยนตาม โดยเฉพาะความสัมพันธ์แม่กับลูก เป็นการส่งต่อพลังงานที่เห็นชัดมากเมื่อใดที่แม่มีพลังงานด้านลบ ลูกจะรับรู้ได้ เขาจะรับพลังงานนั้นโดยไม่รู้ตัว แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีกทอด… เมื่อใดที่แม่มีใจเมตตาต่อลูก เขารับรู้ได้ พฤติกรรมต่างๆก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จนน่าแปลกใจ Facebook post 19 ธันวาคม 2024

ความโกรธ คือพลังงานที่ต้องการทางออก
เห็นความโกรธของตัวเองมั้ย?เห็น … เมื่อมันผ่านไปแล้วหลายนาที บางทีหลายชั่วโมงเห็น … เมื่อมันส่งต่อความโกรธ ไปยังคนที่เรารัก บ่อยครั้งที่เผลอไปเป็นผู้เล่น .. (ผู้เล่นละคร)กว่าจะถอยออกมาเป็นแค่ผู้ดูได้ ก็กินเวลานานสติ สติ และสติ คือสิ่งที่ต้องพัฒนา Facebook post 9 ธันวาคม 2024

บางครั้งเราพูดปกติด้วยความหวังดี แต่คนฟังแปลสารที่รับไปด้านลบ ทำไม?
บางครั้งเราพูดปกติด้วยความหวังดี แต่คนฟังแปลสารที่รับไปด้านลบ ทำไม? #เพราะ สิ่งที่คุณพูดมาจากความคิดและความตั้งใจ ที่คุณรู้ตัว …แต่น้ำเสียงและท่าทาง มาจากอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ ซึ่งคุณอาจไม่รู้ตัว การสื่อสารใช้ทั้งภาษาที่เป็นคำพูด และส่วนที่เป็นอวัจนภาษา (ท่าทาง ภาษากาย น้ำเสียง สีหน้าและอื่นๆ) ซึ่งในวงการจิตวิทยารู้ดีกว่า ถ้าสองสิ่งนี้ไม่ไปด้วยกันคือพูดอย่างหนึ่ง แต่ท่าทาง น้ำเสียงฟังแล้วดูแล้วขัดกัน เราจะเชื่อภาษาท่าทางมากกว่า ดังนั้น การที่พูดสื่อสารออกไปด้วยเจตนาดี แต่ท่าทางและน้ำเสียงไม่ไปทางเดียวกัน นั่นแปลว่าเขาพูดอย่างหนึ่งแต่เขาส่งสารอีกอย่างหนึ่งออกมา(โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว) คนฟังรับรู้ในส่วนนี้จึงทำให้เกิดการไม่เข้าใจกัน #การมีความสัมพันธุ์และสื่อสารเชื่อมโยงกับตัวเองเป็นหัวใจสำคัญ ของการที่เราจะแปลงมันไปสู่การสื่อสารภายนอกที่ดี เป็นเหตุทำให้มีการสร้างสัมพันธ์ในชีวิตที่ดี โดย ฝึกสังเกตุว่าเราพูดอะไรกับตัวเอง สังเกตุว่าเรามีความเชื่ออะไรกับตัวเอง หรือเราปฏิบัติกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดรำคาญ รังเกียจ หรือโกรธตัวเอง ไม่ชอบความเป็นตัวเอง ถ้าเราสามารถเมตตาตัวเองได้ ถึงข้างใน เห็นสิ่งผิดพลาด เห็นความไม่ดีแต่เรายอมรับสิ่งที่เป็น แล้วเราค่อยๆ แก้ไข พัฒนา ข้างในมันก็จะเติบโตได้ ซึ่งถ้าจะแบ่งวิธีการปฏิบัติ จะมี 2 แนวทาง คือ 1. แนวทางจากบนลงล่างเป็นการทำงานกับสมองส่วนบน เป็นตัวกำหนดการปฏิบัติ แล้วแนวการปฏิบัติด้วยความรู้ตัวลงไปบ่อยๆ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น– ฝึกตระหนักรู้ในความคิดของเรา– ฝึกปฏิบัติพักความคิด– ฝึกสังเกตุว่าเราพูดกับตัวเองอย่างไร–